Sunday, December 10, 2017

Stereotype


เมื่อวานเราได้มีโอกาสไปเข้าสัมมนา เกี่ยวกับกฎหมาย Immigration ของประเทศออสเตรเลีย

คนที่จัดสัมมนาคราวนี้ เป็นทนายความคนจีน

นี่เป็นครั้งแรกที่เราไปเข้าสัมมนาที่จัดโดยทนายความคนจีน

เพราะโดยส่วนตัวแล้ว เราไม่มีความศรัทธานายทนายความคนจีนเท่าไหร่

มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่บังคับกันไม่ได้นะ

แต่เมื่อวานนี้ ทนายความคนจีน ที่จัดสัมมนา
ได้เปลี่ยนแปลงแนวคิดของเราไปหลายอย่างเหมือนกัน

ทนายความคนนี้เป็นคนตรงไปตรงมา
ไม่ซิกแซก
ไม่เล่ห์เหลี่ยม
ไม่เจ้ากล
ไม่เจ้าเล่ห์

เหมือนทนายความคนจีนทั่ว ๆ ไปแถว Chinatown

คือบอกตามตรงเลยว่าเราไม่มีความศรัทธากับการทำงานของทนายความคนจีนหรือ Immigration agent คนจีนในแถบ Chinatown เลย

แต่ทนายความคนนี้
เป็นบุคคลที่มีความรู้

เท่าที่ฟังคร่าว ๆ คือ เขาเรียนจบปริญญาตรีทางด้านวิศวะมาจากเมืองจีน

แล้วก็มาเรียนกฎหมายเพิ่มเติมที่นี่ที่ไปออสเตรเลีย
เราไม่แน่ใจว่าจบปริญญาตรีทางด้านกฎหมายที่นี่หรือเปล่า
แต่ที่รู้ ๆ ก็คือ เขาจบปริญญาโททางด้านกฎหมาย และก็ pHD ที่นี่

แค่ฟังจากการพูดการจา ความคิดและปรัชญาชีวิตและการทำงานแล้ว

เราก็รู้เลยว่าเขามีความรู้ เขาแตกต่างจะทนายความคนจีนหรือ Immigration Agent คนจีนทั่วทั่วไปในแถบ Chinatown

บางทีมันก็สำคัญนะ ที่เราจะไม่ stereotype หรือ generalisation ใครบางคน

แต่ปกติแล้ว มันก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ส่วนใหญ่
ที่หลีกหนีไม่พ้นการ stereotype หรือ generalisation

แต่ประสบการณ์จากเมื่อวาน
มันทำให้เราคิด แล้วก็เปิดใจให้กว้างมากขึ้น

เพราะจริงๆแล้วก่อนที่เราจะเลือกลงสัมมนาครั้งนี้

เราก็คิดแล้วคิดอีกนานอยู่เหมือนกัน

เพราะสัมมนาแต่ละครั้งมันก็มีค่าใช้จ่าย และเวลาที่เสียไปทั้งวัน

แต่เมื่อวานถือว่าเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่ามาก

เราได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมาย

รวมไปถึงคนที่ไปเข้าสัมมนาด้วยเมื่อวาน

ทุกคน professional มาก
ทุกคนนำเอาความรู้และประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง
ไม่มีใครกั๊กความรู้หรือหมกเม็ด

มันทำให้บรรยากาศของงานสัมมนา เป็นไปอย่างราบรื่นและ productive
มันเป็นบรรยากาศของงานสัมมนาที่อยากให้เรากลับไปอีก

ในงานสัมมนาเมื่อวาน มีหลายคนมากที่เขาเคยเข้างานสัมมนาของทนายความจีนคนนี้

แล้วเขาก็กลับเข้ามาใหม่

มันจึงไม่แปลกเลย
สินค้าดีทุกคนก็อยากกลับเข้ามาใช้
สินค้าดีทุกคนใช้แล้วก็อยากบอกต่อ


มันเป็นสัจธรรมของมนุษย์เลยจริงๆ

ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าเผื่อเราไม่เปิดใจให้กว้าง

เมื่อวานเราก็จะไม่ได้มีโอกาสเจอทนายความที่เก่ง ๆ ได้เจอคนทำงานในแวดวงเดียวกันที่เก่ง ๆ

มีจรรยาบรรณที่คล้ายกัน

มีลักษณะการทำงานที่คล้ายกัน

จากประสบการณ์ในครั้งนี้

มันสอนให้เรา เป็นคนที่เปิดใจให้กว้างมากกว่านี้

ไม่ด่วนตัดสินใครโดยที่ไม่ศึกษาให้รู้จักเค้าเสียก่อน

ลองเปิดใจให้กว้างกันดูนะครับ
แล้วโอกาสดี ๆ
สิ่งดี ๆ

จะเข้ามาในชีวิตเรา

Sunday, November 12, 2017

โปรดอย่ามองเห็นเราเฉพาะตอนที่เราอยู่บนที่สูง


โปรดอย่ามองเห็นเราเฉพาะตอนที่เราอยู่บนที่สูง
ให้ถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง

ทุกสิ่งอย่างในชีวิต ไม่ได้ได้มาอย่างง่ายดาย

มันต้อง work hard
มันต้องฝ่าฟันอุปสรรค
มันต้องมี self-discipline  

และอะไรหลาย ๆ อย่างมากมาย

มันไม่ง่ายอย่างที่ทุกคนคิด หรือมองเห็น

เพราะอะไรที่ได้มาง่าย ๆ มันก็ไม่ค่อยมีคุณค่าหรอก

ชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
เงินทองไม่เคยหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ปริญญาไม่ได้เอาไก่แลก

ทุกสิ่งอย่างมันมาจาก ทั้งหยาดเหงื่อ แรงงานและคราบน้ำตา

เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน
ที่กำลังเดินไปทางฝั่งฝัน

หนทางไม่เคยง่ายอย่างที่ได้หลายคนคิด
หนทางจะต้องมีอุปสรรค
บ่อยครั้งมาก ที่อยากจะหยุด

แต่ก็คิดว่า ไม่หยุดแหละ
ถ้าวิ่งไม่ไหว ก็ค่อย ๆ เดินไป มันก็คงจะถึงเส้นชัยของมันเอง
อาจจะช้าบ้างแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเราอาจจะไม่ได้รีบอะไรมากมาย
ก็ enjoy the journey of life ในระหว่างข้างทางของชีวิต ที่กำลังดำเนินต่อไป

ทุกสิ่งอย่างในชีวิต มันมีที่มาและที่ไป
Where the focus goes, the energy flows.

หากเราตั้งใจที่จะทำอะไรสักอย่างแล้ว
หากเรามีความมุ่งมั่น มันก็คงต้องสำเร็จ
หรือถ้าหากมันไม่สำเร็จ มันก็คือเป็นอีกหนึ่งบทเรียน
ที่จะทำให้เรา ใกล้ความสำเร็จเข้าไปอีก 1 ก้าว

เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน
ที่กำลังเดินไปทางฝั่งฝัน
อย่าเพิ่งหยุด อย่าเพิ่งท้อ

ทุกปัญหามีทางออกของมันเสมอ
หากเราเจอทางตัน ลองก้าวถอยหลังสัก 1 ก้าว
แล้วลองมองหันซ้าย แลขวา

เราอาจจะเห็นทางออก
เห็นแสงสว่าง
เห็นความหวังก็ได้

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน (รวมทั้งตัวเราเองด้วย)

ก็เพราะ คนไทยอยู่ที่ไหนก็ประสบความสำเร็จได้

เพราะฉะนั้น  มันถึงเป็นเช่นฉะนี้

จาก... จอห์น เผ่าเพ็ง...

Saturday, November 11, 2017

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


กับการประสบความสำเร็จ ของหน้าที่การงาน
จริง ๆ แล้ว ของพวกนี้ มันเป็นแค่ภาพลวงตา
มันก็แค่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป

เราไม่จำเป็นต้องไปยึดติด อะไรกับมันมากมาย

หากเราไม่ยึดติดกับสิ่งใด ชีวิตเราก็จะ free

เพราะหากเราไม่ยึดติด ชีวิตเราก็จะไม่ติดยึด
สมการชีวิตง่ายๆ

วันนี้เราประสบความสำเร็จได้
พรุ่งนี้เราก็สามารถที่จะล้มเหลวได้

ฉันใดก็ฉันนั้น

คนเราไม่ควรจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความประมาท

คนเราจำเป็นต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริงตลอดเวลา

ทุกสิ่งอย่าง มันมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป

มีคนรักก็มีคนชัง

คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ
มันเป็นเรื่องปกติของชีวิตนี้

มันไม่มีอะไรที่ราบรื่นไปหมดสะทุกเรื่อง
ชีวิตคนเราไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ไปหมดซะทุกเรื่อง

หากเราใช้ชีวิตอยู่บนรากฐานของความไม่ประมาท
เราก็จะสามารถตั้งมือรับได้กับทุกสถานการณ์

ฉันใดก็ฉันนั้น

ก็เพราะชีวิตคนเรา เป็นสิ่งที่น่าค้นหา เป็นสิ่งที่น่าศึกษาและค้นคว้า

ทุกสิ่งอย่างมีเหตุและผล ในตัวของมันเอง
เพราะฉะนั้น มันถึงเป็นเช่นฉะนี้

...ด้วยรัก... จาก จอห์น เผ่าเพ็ง

Monday, October 30, 2017

The danger of success


The danger of success
มีด้วยหรอ ความอันตรายจากความสำเร็จ

เรื่องราวของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองที่แตกต่างนะ
หลายคนอาจจะมองความสำเร็จ เป็นชัยชนะ
แต่ทุกสิ่งอย่างในชีวิต มันมีอีกมุมมองที่แตกต่าง

ความสำเร็จ อาจจะทำให้เราประมาท เลินเล่อ
คิดว่าตัวเองเก่ง
คิดว่าตัวเอง invincible

ซึ่งเป็นอะไรที่อันตรายมาก
เพราะคนที่คิดว่าตัวเขาเก่งแล้ว
เขาจะขาดการเรียนรู้
ขาดการที่จะต้องการปรับปรุง หรือหาความรู้อะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต

จริง ๆ แล้วการที่คนเรา fail บ้าง
ล้มเหลวบ้าง
พลาดพลั้งบ้าง
มันก็จะทำให้คนเรารอบคอบมากยิ่งขึ้นนะ
มันก็จะทำให้คนเราทำอะไรด้วยความไม่ประมาท

ช้า ๆ แต่ว่ามั่นคง

ทุกสิ่งอย่างในชีวิต
ทุกเหตุการณ์ในชีวิต
มันคือประสบการณ์

และมันคือบทเรียนอันทรงค่า

เราจะต้องมองความล้มเหลว พลาดพลั้ง fail
ว่าจริง ๆ แล้วเหตุการณ์เรานี้มันมีค่ายิ่งนัก

เราสามารถเรียนรู้จากทุกเหตุการณ์ในชีวิตที่มันเกิดขึ้นกับเราได้
ขอเพียงแค่เราเปิดใจให้กว้าง
มีมุมมองที่แตกต่าง

แล้วมองโลกด้วยความเป็นจริง
มองโลกด้วยสติ

แล้วชีวิตเราก็จะสามารถดำเนินไปได้ด้วยความสุข

Being humble and see things from different perspective.

ด้วยรักจาก: จอห์น เผ่าเพ็ง เพราะฉะนั้น มันถึงเป็นเช่นฉะนี้