พี่ J ห่างหายไปจากการเขียน blog ไปพักหนึ่ง เพราะปลีกตัวไปเรียน และงานประจำก็รัดตัว
ตอนเนี้เสร็จการเรียนที่ busy ไปแล้วยกหนึ่ง ก็คงจะกลับมา contribute ให้กับ blog นี้เหมือนเดิม ก็แวะเวียนเข้ามาอ่านได้เรื่อยๆนะครับ
วันนี้ก็ขอเขียนอะไรที่หลายๆคนมองข้ามกัน เพราะคิดกันว่าเป็นสิ่งง่ายๆ เล็กๆน้อยๆ ไม่สำคัญ
นั่นก็คือขับรถผ่าเส้นทึบห้ามเลี้ยว ปกติแล้วถนนที่หน้าบ้านพี่ J จะเป็นเส้นทึบห้ามเลี้ยวขวา คือออกมาจากถนนหน้าบ้าน ก็ต้องเลี้ยวซ้ายอย่างเดียว แต่ปกติทุกคนที่อยู่แถวๆนั้นก็พากันขับรถเลี้ยวขวากันทุกคน เพราะนั่นเป็นทางเข้าเมือง จะไม่มีใคนขับออกซ้ายเพื่อไปกลับรถกลับมากัน เพราะขี้เกียจ และเสียเวลา หรือเอาง่ายๆก็คือมักง่ายกันนั่นแหละ
จนมีอยู่มาวันหนึ่ง พี่ J ขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน และ ลูกก็เริ่มโตแล้ว ลูกก็บอกว่า "Daddy drive illegally" เป็นไงหละครับท่าน อึ้งไปเลย เราเป็นผู้ใหญ่ซึ่งควรจะต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่าง เป็น role model ให้กับลูก หลังจากนั้นมานะ พี่ J ก็จะขับรถตามกฏจราจรมากขึ้น อาจไม่ตลอด แต่ถ้าวันใหนมีลูกนั่งข้างหลังมาด้วย ต่อให้เราต้องวนรถ เราก็ต้องทำ เคารพกฏจราจ และทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกๆ แต่ตอนนี้ก็เริ่มแล้วหละ เริ่มติดนิสัยดีๆแล้วหละ วนรถนิดหนึ่งก็ไม่เป็นไร สบายใจและปลอดภัยกว่ากันเยอะเลย ไม่ต้องคอยระวังตำรวจด้วย :)
blog นี้...ก็จะเขียนไปเรื่อยเปื่อย จากประสบการณ์ต่างๆที่ได้เจอะเจอมา จะมีทั้งดีทั้งเลว ครบทุกรส มันส์ทุกรส แนวคิดและปรัชญาต่างๆก็จะแตกต่างกันไป มีทั้งแบบสาระแก่นสาร และ กัด จิก เจ็บ...เอง มาลองอ่านและติดตามกันดูนะครับ
Wednesday, July 7, 2010
Sunday, May 9, 2010
ถ้าไม่โกหก ก็ไม่จำเป็นต้องจำว่าพูดอะไรไปบ้าง
คนเรานะ ถ้าไม่เคยโกหก ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปจดจำว่า พูดอะไร กับใคร ไว้ว่ายังไง เพราะอะไรที่เป็นความจริง เราก็จำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปสิ้นเปลืองเซลล์สมองในการจดจำเรื่องโกหก และเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องด้วย
ก็มีแต่คนที่มีชิวิตที่น่าสงสารเท่านั้นแหละ ที่ต้องโกหก อยู่ในโลกของความหลอกลวง และไม่เป็นจริง
วันนี้เราตื่นแล้ว แล้วท่านหละตื่นหรือยัง
ก็มีแต่คนที่มีชิวิตที่น่าสงสารเท่านั้นแหละ ที่ต้องโกหก อยู่ในโลกของความหลอกลวง และไม่เป็นจริง
วันนี้เราตื่นแล้ว แล้วท่านหละตื่นหรือยัง
พลัดวันประกันพรุ่ง ดินพอกหางหมู
เคยได้คำๆนี้มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ละอ่อน วัยขบเผาะ สมัยเรียนประถม/มัธยม และมันก็ดันมาเกิดขึ้นกับเราจริงๆด้วยนะ
เรื่องมีอยู่ว่า พี่ J ตั้งใจเอาไว้ว่าจะเขียน blog เกี่ยวกับเรื่องๆหนึ่ง ก็เลยขึ้นหัวข้อ และก็ save draft เอาไว้ แต่ปรากฏว่า วันนี้จะมาเขียนต่อ มันจำไม่ค่อยได้แล้วว่า จะเขียนอะไรมั่ง รู้แต่ว่าหัวข้อคืออะไร แต่มัน build อารมณ์ไม่ได้แล้วหละ นึกได้ ก็เออ ดี สมน้ำหน้าตัวเอง นี่แหละน๊า เรา ไม่น่าจะผลัดวันประกันพรุ่งเลย
ต่อไปนะ นึกอะไรได้ จะเขียน blog นี้ ทันที เพราะบางทีเราก็มีอะไรเด็ดๆที่อยากจะเขียน อยากจะเล่าสู่กันฟัง แต่ปัญหาคือ มันชอบนึกอะไรได้ตอนที่ขับรถ หรือทำงานนี่แหละ!!!
เหตุการณ์ครั้งนี้ สอนให้รู้ว่า อย่าทำตัวเป็นดินพอกหางหมู และทำอะไรพลัดวันประกันพรุ่งนะจ๊ะเด็กๆ
พี่ J.... sign off นะครับ (for now)
เรื่องมีอยู่ว่า พี่ J ตั้งใจเอาไว้ว่าจะเขียน blog เกี่ยวกับเรื่องๆหนึ่ง ก็เลยขึ้นหัวข้อ และก็ save draft เอาไว้ แต่ปรากฏว่า วันนี้จะมาเขียนต่อ มันจำไม่ค่อยได้แล้วว่า จะเขียนอะไรมั่ง รู้แต่ว่าหัวข้อคืออะไร แต่มัน build อารมณ์ไม่ได้แล้วหละ นึกได้ ก็เออ ดี สมน้ำหน้าตัวเอง นี่แหละน๊า เรา ไม่น่าจะผลัดวันประกันพรุ่งเลย
ต่อไปนะ นึกอะไรได้ จะเขียน blog นี้ ทันที เพราะบางทีเราก็มีอะไรเด็ดๆที่อยากจะเขียน อยากจะเล่าสู่กันฟัง แต่ปัญหาคือ มันชอบนึกอะไรได้ตอนที่ขับรถ หรือทำงานนี่แหละ!!!
เหตุการณ์ครั้งนี้ สอนให้รู้ว่า อย่าทำตัวเป็นดินพอกหางหมู และทำอะไรพลัดวันประกันพรุ่งนะจ๊ะเด็กๆ
พี่ J.... sign off นะครับ (for now)
Monday, May 3, 2010
ชีวิตมี ขึ้น ลง
ชิวีตคนเรานั้น ไม่แน่นอน มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา จงอยู่ในความไม่ประมาท ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเนี๊ยะแหละ ไม่ใช่ฟ้าลิขิต ให้จำไว้เสมอว่า ดี ชั่ว อยู่ที่ตัวทำ
เคยเห็นมั๊ย คนที่เคยมีฐานะ ทำธุรกิจประสบผลสำเร็จ และก็คิดเอาง่ายๆว่า ความสำเร็จได้มาง่ายๆ ง่ายนิดเดียว ไม่ต้องทำอะไรมาก เกิดความชล่าใจ ใช้ชิวิตอยู่ด้วยความประมาท ปล่อยปละละเลยหน้าที่การงานและธุรกิจ เมื่อธุรกิจขาดการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของธุรกิจ ก็เปรียบได้เหมือนต้นไม้ที่เจ้าของไม่ค่อยรดน้ำพรวนดิน ต้นไม้ก็ค่อยๆแห้งเหี่ยวเฉาลง ฉันใดก็ฉันนั้น ธุระกิจก็ค่อยๆเริ่มซบถอยลง พนักงานที่ทำงานด้วยก็หมดกำลังใจ แล้วทุกอย่างก็ค่อยร่วงโรย เหมือนใบไม้แห้งที่หล่นลงจากต้น
คนเรานะ ทำอะไร อย่าได้ชะล่าใจ อย่าประมาท ทำทุกสิ่งอย่าง ต้องเสมอต้นเสมอปลาย ทำๆขาดๆหายๆ ไม่ต่อเนื่อง ชีวิตก็จะไม่ต่อเนื่อง จะมีขึ้นๆลงๆ ล่ำๆดอนๆ ตุ๊บๆต่อมๆ ไปอย่างนั้น ถ้าใครตอนนี้ ชีวิตอยู่ช่วงขาขึ้น ชีวิตหน้าที่การงานไปได้ด้วยดี ก็ต้องรักษาระดับ keep momentum นั้นไว้ อย่าให้ชีวิต หรือความสำเร็จลดลง ถ้าสังเกตุเห็นอะไรที่เริ่มคล้อยลงต่ำ หรืออยู่ในช่วงขาลง แนะนำก็รีบจัดแจงเปลี่ยน หรือแก้ไขวิถีการดำเนินชีวิต ปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้ไปในทางที่ดีขั้น
ส่วนใครที่พลาดไปแล้ว หลง ลืมตัว ไปแล้ว ก็ให้คิดใหม่สะ คิดใหม่ ทำใหม่ แก้ตัวใหม่ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็ยังไม่สายเกินไป
เอ๊า..... ก็แล้วแต่ใครจะคิดได้ก็แล้วกัน ตามมีตามเกิดก็แล้วกันหละงานเนี๊ยะ
เคยเห็นมั๊ย คนที่เคยมีฐานะ ทำธุรกิจประสบผลสำเร็จ และก็คิดเอาง่ายๆว่า ความสำเร็จได้มาง่ายๆ ง่ายนิดเดียว ไม่ต้องทำอะไรมาก เกิดความชล่าใจ ใช้ชิวิตอยู่ด้วยความประมาท ปล่อยปละละเลยหน้าที่การงานและธุรกิจ เมื่อธุรกิจขาดการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของธุรกิจ ก็เปรียบได้เหมือนต้นไม้ที่เจ้าของไม่ค่อยรดน้ำพรวนดิน ต้นไม้ก็ค่อยๆแห้งเหี่ยวเฉาลง ฉันใดก็ฉันนั้น ธุระกิจก็ค่อยๆเริ่มซบถอยลง พนักงานที่ทำงานด้วยก็หมดกำลังใจ แล้วทุกอย่างก็ค่อยร่วงโรย เหมือนใบไม้แห้งที่หล่นลงจากต้น
คนเรานะ ทำอะไร อย่าได้ชะล่าใจ อย่าประมาท ทำทุกสิ่งอย่าง ต้องเสมอต้นเสมอปลาย ทำๆขาดๆหายๆ ไม่ต่อเนื่อง ชีวิตก็จะไม่ต่อเนื่อง จะมีขึ้นๆลงๆ ล่ำๆดอนๆ ตุ๊บๆต่อมๆ ไปอย่างนั้น ถ้าใครตอนนี้ ชีวิตอยู่ช่วงขาขึ้น ชีวิตหน้าที่การงานไปได้ด้วยดี ก็ต้องรักษาระดับ keep momentum นั้นไว้ อย่าให้ชีวิต หรือความสำเร็จลดลง ถ้าสังเกตุเห็นอะไรที่เริ่มคล้อยลงต่ำ หรืออยู่ในช่วงขาลง แนะนำก็รีบจัดแจงเปลี่ยน หรือแก้ไขวิถีการดำเนินชีวิต ปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้ไปในทางที่ดีขั้น
ส่วนใครที่พลาดไปแล้ว หลง ลืมตัว ไปแล้ว ก็ให้คิดใหม่สะ คิดใหม่ ทำใหม่ แก้ตัวใหม่ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็ยังไม่สายเกินไป
เอ๊า..... ก็แล้วแต่ใครจะคิดได้ก็แล้วกัน ตามมีตามเกิดก็แล้วกันหละงานเนี๊ยะ
Subscribe to:
Posts (Atom)