การกลับไปเมืองไทยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว สิ่งหนึ่งที่สังเกตุเห็นมากที่สุดก็คือ คนถ่าย selfie เยอะมาก สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า selfie คืออะไร selfie ก็คือการเอากล้องจากมือถือถ่ายรูปตัวเอง ก็ถือประมาณว่า โพสต์ท่าโน้น โพสต์ท่านี้ แล้วก็ถ่ายรูปตัวเอง ส่วนมากก็จะถ่ายได้เฉพาะหน้า เพราะกล้องอย่างมากก็ยื่นไปได้ไกลสุดก็แค่สุดมือตัวเอง นอกเสียจากจะมีการซื้อ selfie stick หรือไม้ยื่นที่ใช้ถ่าย selfie ซึ่งตอนนี้ ไปใหนต่อใหนก็เห็นนักท่องเที่ยวคนจีนบ้าเห่อใช้ selfie stick กันจังเลย เดินไปแหล่งท่องเที่ยวที่ใหนก็เจอพวกใช้ selfie stick น่ารำคาญ เพราะ s/he ก็ไม่ได้สนใจมองดูทางเดินอะไรเลย เดินไปถ่าย selfie ไป ชนคนนั้นทีชนคนโน้นที น่ารำคาญที่สุด
คนส่วนมากที่เราสังเกตุเห็นก็จะประมาณว่า แอ๊คชั่นท่าสวยๆ ทำหน้าบ๊องแบ๊ว ถ่าย selfie แล้วก็เอาลง social network กัน และแล้วก็มีอยู่ case หนึ่งที่เราได้เห็นมาในระยะเผาขน เรานั่งเครื่องจากดอนเมืองไปกระบี่ ก็มีน้องหนู 2 คนเป็นเพื่อนกัน ดูท่าทางเหมือนพึ่งจะเคยนั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรก เค๊า 2 คนถูกนั่งแยกจากกัน อยู่แถวเดียวกัน แต่คนละฝั่ง น้องคนหนึ่งนั่งติดฝั่งเรา พอน้อง 2 คนนี้นั่งประจำที่นั่งตัวเองเท่านั้นแหละ โอ้... พระแม่เจ้า ชักมือถือกันออกมาถ่าย selfie โพสต์ท่านั้นทีท่าโน้นทีกัน ต่างคนต่างถ่าย selfie กัน เหมือนโลกทั้งใบมีเค๊าอยู่บนโลกนี้แค่คนเดียว เค๊าไม่ได้สนใจอะไรใครเลย โพสต์กันใหญ่ แอ๊คชั่นกันใหญ่ คงคิดว่าตัวเองเป็นนางแบบ คงนึกว่าตัวเองสวย จริงๆหน้าตาน้องเค๊าก็พอใช้ได้นะ แต่พอเห็นท่า selfie ของแต่ละคนแล้ว บอกได้เลยว่า "ขายไม่ออก" จริงๆ เพราะท่าแต่ละท่าเนี๊ยะ เค๊าทำหน้าตาบ๊องแบ๊ง คิกคุเกินไว ไม่ได้คิดว่ามีคนมองพวกเค๊าอยู่อะไรกันเลย
เราก็นั่งอยู่ข้างๆ ก็ได้แต่แอบมองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะน้องเค๊าก็คิดว่าเราเป็นชาวต่างชาติเพราะเราหน้าตาออกแนวอินเตอร์เกินเหตุและก็นั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ
เห็นท่า selfie ของน้องหนู 2 คนนี้แล้วก็ตลกในความไร้สาระของเด็กๆ ในใจเราก็คิดว่า จะถ่ายอะไรกันนักกันหนาเนี๊ยะ มันตื่นเต้นกับการนั่งเครื่องบินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วท่าแต่ละท่าเนี๊ยะ ช่างคิด ช่างสรรหาท่าแอ๊บแบ๊วกันจริง
นี่ไม่ใช่แค่บนเครื่องเท่านั้นนะที่เราเจอ ตอนนั่งรอเครื่องอยู่ที่สนามบินดอนเมืองก็เหมือนกัน หันไปทางใหนก็เห็นแต่คนถ่าย selfie กัน สรุปคือมันหมดสมัยที่จะขอร้องให้คนข้างๆถ่ายรูปให้แล้วเหรอเนี๊ยะ สรุปคนเราไม่ต้องมีการพูดคุยสนทนากับคนข้างๆกันแล้วใช่มั๊ย เกิดอะไรขึ้นกับสังคมสมัยนี้
ทุกวันนี้เดินไปทางใหนเห็นคนถ่าย selfie แล้วบอกได้เลยว่ารู้สึกสมเพชอย่างแรง...
พวกมีความมั่นใจในตัวเองสูง มากเกินเหตุ...
blog นี้...ก็จะเขียนไปเรื่อยเปื่อย จากประสบการณ์ต่างๆที่ได้เจอะเจอมา จะมีทั้งดีทั้งเลว ครบทุกรส มันส์ทุกรส แนวคิดและปรัชญาต่างๆก็จะแตกต่างกันไป มีทั้งแบบสาระแก่นสาร และ กัด จิก เจ็บ...เอง มาลองอ่านและติดตามกันดูนะครับ
Saturday, September 26, 2015
Wednesday, September 23, 2015
คนไทยพูดจาไพเราะ
จากการกลับไปเมืองไทยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราก็ได้สัมผัสกับคนไทยแทบจะทุกรูปแบบ ไม่รู้นะ อาจจะเป็นเพราะว่าเรามาอยู่เมืองนอกนานเกินไปหรือเปล่า การไปกลับไปเมืองไทยครั้งนี้ เรามีแต่การเดินทาง และก็เดินทาง
บินจากกรุงเทพไปกระบี่ ขับรถจากกระบี่ไปนครศรีธรรมราช ขับรถไปโน่นมานี่ เจอผู้คนหลากหลาย อยู่ไม่กี่วันก็บินกลับ
เราเป็นคนไทยก็จริง แต่เนื่องด้วยเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยนานแล้ว อะไรต่อมิอะไรมันก็ดูแปลกหูแปลกตาไปหมด แล้วมาคราวนี้เราก็ไปต่างถิ่นเสียด้วยสิ เดินทางคนเดียวด้วยนะ เดินทางคนเดียว แต่ไม่เดียวดายนะครับ
อยากจะประกาศให้โลกรู้ว่า เราคนไทยพูดจาไพเราะมากนะครับ เพราะเราไปใหน แบบว่างงๆต่างถิ่น อยากรู้อะไร อยากถามอะไรทุกที่ทุกแห่ง คนไทยทุกคนเต็มใจช่วย พูดจาไพเราะ การกลับไปเมืองไทยครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะแค่ 4-5 วันเอง แต่บอกได้เลยว่าความประทับใจในน้ำใจของคนไทย กิริยามารยาท การพูดการจา ประเทศไทยกินขาดครับ
นี่เป็นครั้งที่ 2 ของการมาภาคใต้ของเรา ประทับใจทุกครั้ง ครั้งแรกมาภาคใต้ในฐานะนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวที่ภูเก็ต ไปใหนมาใหนก็จะไปกับบรษัททัวร์ แต่มาคราวนี้เรามาธุระ เช่ารถขับเอง อยากไปใหนก็ได้ไป เดินทางแบบคนท้องถิ่น ไม่ได้เดินทางแบบนักท่องเที่ยว แบบนี้เราได้สัมผัสกับชีวิตคนพื้นที่จริงๆ
ความประทับใจเนี๊ยะ มันบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือยากนะ ของบางอย่างมันต้องประสบด้วยตัวของตัวเอง
คนไทยนอกจากจะพูดจาไพเราะแล้ว ทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เราสอบถามอะไรใครนะ ยังไม่เห็นใครหน้าบูดหน้าบึ้งเลยนะ ชีวิตทุกคนดูเรียบง่าย ไม่วุ่นวาย
ไปอยู่เมืองไทยยังไงก็ไม่อดตายครับ ที่หลายๆคนบอกว่าเมืองไทยเป็น สยามเมืองยิ้ม ท่าจะเป็นอย่างที่เค๊าพูดจริงๆ ขับรถที่เมืองไทยเหรอ ไม่ต้องใช้ GPS ครับ จอดรถข้างทาง ยกมือไหว้สวยๆ ยิ้มงามๆ อยากรู้อะไรเหรอ เค๊าตอบให้หมดแหละ
นี่เราไม่ได้คิดไปเองใช่มั๊ย...
เราไม่ได้หลงใหลเมืองไทยสะจนอะไรก็ดูดีไปหมดใช่มั๊ย...
หลายๆคนอาจพบเจอประสบการณ์มาทุกรูปแบบ ทั้งประสบการณ์ที่ดีและร้าย แต่ขอบอกได้เลยว่าการกลับไปเมืองไทยในครั้งนี้ โลกดูสวยงาม....ครับ
Sunday, September 20, 2015
ยายที่ยังไม่ยอมแก่
post นี้ก็สืบเนื่องมาจากการเดินทางกลับไปเมืองไทยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ดอนเมือง
ในขณะที่เราจะทำการ check-in กระเป๋าเรา จะเดินทางไปกระบี่ ก็มีคุณยายคนหนึ่ง ขอเรียกว่า "ยาย" นะครับ ไม่ใช่ป้า เพราะบอกได้เลยว่ายายแกอายุคงจะประมาณ 70 แล้วหละ ถ้า 50-60 เนี๊ยะ เราเรียก "ป้า" ยังพอไหว
คุณยายดูท่าทางแล้วก็คงเป็นคนไทยเชื้อสายจีน เพราะผิวพรรณอะไรก็ดูขาวเนียน ยายยังทำตัว "หน้าเด้ง" อยู่ คือแต่งหน้ามาสะหนาปึ๊ก คิดว่าสาวๆหลายๆคนคงมิกล้าอาจหารเหมือนคุณยายท่านนี้ คุณยายก็ถือไม้เท้าช่วยเดินด้วยนะ ขอบอก
เรื่องก็มีอยู่ว่า พนักงานชายที่ทำงานอยู่ตรงเครื่อง x-ray ที่ scan กระเป๋านั้นเป็นเด็กหนุ่มรุ่นๆหลาน คิดว่าอายุน่าจะประมาณแค่ 25-26 เอง ยังเป็นเด็กอยู่ ยายก็แบบว่า
ยาย: น้องๆ ดูกล่องให้พี่หน่อย
โอ้ ยาย... แร็งมาก
ยายมาแบบว่า เรียกตัวเองว่า "พี่" แล้วเรียกพนักงานรุ่นหลาน รุ่นเหลนว่า "น้อง" เลยนะ ได้ข่าวว่ายายยังถือไม้เท้าช่วยเดินอยู่เลยนะยาย ให้ตายเถอะ คือแบบว่า คุณยายเธอ ช่างกล้า มาก...
เราก็ยืนรอเอากระเป๋าเราอยู่ข้างๆ คือแอบคิดในใจว่า "ยาย ถ้ายายเรียกตัวเองว่าป้าเนี๊ยะ เรายังพอรับไหวนะยาย" แต่มาแบบว่า "น้องๆ ดูกล่องให้พี่หน่อย" เนี๊ยะสิ คือแบบว่า "I am งง" ไปเลย
คือ...ยายแกคิดอะไรยังไงของแกเนี๊ยะ ไม่เข้าใจ สงสัยยายแกเป็น "สาวมั่น" นะเนี๊ยะ มั่นใจเกินเหตุ
คือ...ยายแกคิดอะไรยังไงของแกเนี๊ยะ ไม่เข้าใจ สงสัยยายแกเป็น "สาวมั่น" นะเนี๊ยะ มั่นใจเกินเหตุ
เราก็ไม่ได้เห็นปฏิกิริยาอะไรของพนักงานที่เครื่อง x-ray กระเป๋าเลยนะ สงสัยทำเป็นหูทวนลม แต่เรานี่สิคนยืนอยู่ข้างๆ แทบจะเก็บอาการขำไม่อยู่
สรุปคือ ยายที่ยังไม่ยอมแก่ ว่างั้นเถอะ
อะ ยอมๆกันไป สิทธิของใครสิทธิของมัน... เดี๋ยวยายน้อยใจ
Saturday, September 19, 2015
คำว่า "ขี้"
ไม่รู้นะ เราไม่ใช่ผู้ดีอะไร ก็แค่คนเดินดินธรรมดาคนหนึ่ง แต่เราไม่เคยพูดคำว่า "ขี้" จะเข้าห้องน้ำ ก็บอกว่า "เข้าห้องน้ำ" ไปสิ ทำไมต้องแบบว่าใช้คำว่า "ขี้" ด้วยนะไม่เข้าใจ คือเราไม่ต้องการที่จะเห็นภาพอะไรขนาดนั้น รู้มั๊ย...
เวลาพูดก็แบบว่าเกรงใจคนฟังนิดหนึ่งก็จะดีมากเลย หรือไม่ก็เกรงใจคนที่อยู่รอบข้างๆที่เค๊าแอบมาได้ยินไอ้คำพวกนี้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจหน่อยก็ดีเหมือนกัน แบบว่าจะเป็นพระคุณอย่างสูง
อยากจะบอกว่าถ้าคนเลิกพูดคำว่า "ขี้" เวลาตัวเองจะเข้าห้องน้ำนะครับ โลกจะดูสวยขึ้นมาทันทีเลยครับ
ดูจากภาพประกอบ blog วันนี้เสียก่อน "โลกสวย" นะครับ ไม่มี "ขี้"...
Subscribe to:
Posts (Atom)