Friday, October 26, 2018

To Sell Is Human


"To Sell Is Human" ของ Daniel Pink เป็น audiobook ประมาณ 5 ชั่วโมงกว่า ๆ 

เราต้องฟังถึง 2 รอบเพราะบางทีฟัง ๆ อยู่ใจมันก็เหม่อลอยไปคิดเรื่องอย่างอื่นได้ ถ้าต้องการเก็บทุกข้อมูล ทุกเกร็ดความคิด เราว่าการฟัง audiobook เล่มหนึ่ง มากกว่าหนึ่งครั้ง ก็เป็นอะไรที่ที่เราแนะนำนะครับ

ก็เพราะมนุษย์ทุกคนคือพนักงานขายอยู่แล้ว ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจและที่ตั้งใจ
คนเราขาย idea
ขายแรงจุงใจ
ขายการโน้วน้าวเพื่อให้คนอื่นคล้อยตาม
pursuation และก็อะไรอีกเยอะแยะมากมาย

พวกนี้เกี่ยวข้องกับเทคนิคการขายทั้งสิ้น

เราคงไม่นำเอาเนื้อหาทั้งหมดของหนังสือหรือ audibook มาเขียน ณ ตรงนี้ ใครอยากอ่านก็ลองหาซื้อกันได้เอง

แต่สิ่งที่เราได้จากหนังสือเล่มนี้ของ Daniel Pink ก็คือ

การขายที่แท้จริงคือการให้
ให้บริการ
ให้ความจริงใจ

Daniel Pink บอกว่าถ้าคิดอะไรไม่ออก ให้คิดว่าอีกฝ่ายเป็น grandma ของเรา เป็นบุคคลสำคัญของเรา ถ้าเราพูดกับ grandma ยังไง เราก็ควรจะพูดกับอีกฝ่ายแบบนั้น คือพูดอย่างจริงใจ สุภาพ นอบน้อม อ่อนโยน เหมือนอีกฝ่ายเป็น grandma ของเรา

ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นอะไรที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเรื่องการ interact กับคนอื่น การ treat คนรอบข้าง

ชีวิตมันไม่ต้องคิดถึงแต่เรื่องการขาย การทำธุรกิจเสมอไป
ชีวิตมันต้องหลงเหลือความเป็นคนไว้บ้าง

อีกคำหนึ่งที่ Daniel Pink พูดถึงก็คือ "Humanly" คือการพูดคุย สื่อสารกันแบบมนุษย์ มีอารมณ์ มีความรู้สึก เพราะพวกเราไม่ใช่หุ่นยนต์

ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่เนื้อหาดีนะครับ
ถ้าใครเป็นคนที่มีเวลาน้อยอย่างเรา ก็ลองซื้อมาเป็นแบบ audiobook อย่างที่เราทำก็ได้นะครับ

Sunday, September 30, 2018

ไม่โกรธ


กับชีวิต ก็มีบ้างเป็นบางทีที่เรารู้สึกว่าเราโดนเอาเปรียบ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม


ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ


เราก็บอกกับตัวเองว่า


ทุกสิ่งอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เราจะไม่โกรธ
เราจะไม่โทษใครทั้งสิ้น
อะไรที่มันเกิดขึ้นกับเรา เราอาจจะเคยไปเอาของเขามา โดยที่เรารู้ตัว หรือโดยที่เราไม่รู้ตัว


เราให้อภัยทุกคน อย่างไม่มีข้อแม้น
หากไม่มีเขา เราก็คงไม่ได้เรียนรู้
เขาพวกนี้คือ “ครู”


เราคิดง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า "เขาคงมีความจำเป็นมากกว่าเรา" ก็แค่นั้นเอง


เราไม่ได้โลกสวย แต่เราคิดอย่างนั้นจริง ๆ


ยิ้มให้กับชีวิต
ทำงานของเราต่อไป

เราตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ชีวิตนี้เราต้องการที่จะทำอะไร
เป้าหมายชีวิตของเราชัดเจน
อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ ไม่ทำให้เราไขว้เขวได้หรอก


คิดการใหญ่ ใจต้องนิ่ง


ปล่อยวาง
ให้อภัย
ให้ความรัก
ให้ความเมตตา


เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก


"ททมาโน ปิโย โหติ"
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก


รวมถึงการให้อภัยด้วยจ๊ะ และต้องให้อภัยอย่างไม่มีข้อแม้ด้วย


หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า  “ใช่สิ เธอมีพอแล้ว เธอพูดได้”


จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ “มีพอแล้ว” อะไรเลย
ชีวิตเราก็ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง
เราไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด


แต่เรารู้จักคำว่า “พอ”
เรารู้จักความพอดี ไม่โลภ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าขี้เกียจ


ก็เพียงแค่ว่า ณ วันนี้ เราพอใจกับสิ่งที่เรามีอยู่
ชีวิตเราทุกวันนี้ก็อยู่อย่างพอเพียง และเพียงพอ ใช้หลักการนี้ในการดำเนินชีวิต ทำแล้วมันมีความสุข สุขที่มาจากข้างใน สุขที่ไม่ต้องซื้อมาด้วยเงินทอง


กับชีวิตการทำงาน มันก็อาจจะมีบ้างที่บางทีเราก็คิดว่า เราใจดีมากเกินไปหรือเปล่านะ


เราโดนใครบางคนกำลังเอาเปรียบเราหรือเปล่านะ


แต่ก็อย่างที่บอกแหละ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เราให้อภัยพวกเขาเสมอ


หรือบางทีมันก็อาจจะเป็นการสื่อสารที่ไม่ลงตัวหรือเปล่านะ


หรือบางทีมันอาจเป็นการคาดหวังอะไรที่ไม่ลงตัวหรือเปล่านะ
เราก็คาดหวังว่าทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเรา เขาเข้ามาด้วยความจริงใจ ไม่ได้เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อะไรจากเรา


สุดท้ายแล้ว เราเองหรือเปล่าที่ผิด
ผิดที่ไปคาดหวังอะไรแบบนั้น
ผิดที่คิดแบบคนโลกสวยหรือเปล่า


แต่ก็ไม่เป็นนะ
“ผิด” เป็นครู
ประสบการณ์คือการเรียนรู้


ประสบการณ์ เรียนรู้ แก้ไข
เราก็คงต้องระวังตัวมากขึ้น อย่าไปคาดหวังอะไรกับใคร เพราะถ้าหากเราไม่ไปคาดหวังอะไรกับใครแล้ว เราก็จะไม่ผิดหวัง


เราก็ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก เราคิดง่าย ๆ ว่า ก็เพราะเขาคิดแบบนั้น เราก็เลยเป็นแบบนั้น ถ้าเขาคิดแบบเรา เขาก็คงเป็นแบบเราแล้วสิ


ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา สุดท้ายแล้ว เราเองนี่แหละ ที่สร้างมันขึ้นมา บางทีเราก็ต้องระวังตัวเราเองให้มากขึ้น เหตุการณ์อะไรต่าง ๆ จะได้ไม่เกิดซ้ำซ้อน


เหตุการณ์ทุกสิ่งอย่างในชีวิต มันมีทั้งด้านดีและด้านลบ
เหรียญมี 2 ด้านเสมอ

ให้เรามองหาด้านที่ดีก็แล้วกัน เราจะได้ไม่ “เจ็บ”

Saturday, September 29, 2018

การเปลี่ยนแปลง


ก็มีบ้างในบางช่วงของชีวิต ที่คนเราจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลง


ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านของชีวิตจะทั่วไป หรือในด้านของธุรกิจ หน้าที่ และการงาน


กับชีวิตของการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงบางทีเราจะมีการแพลนและก็วางแผนเอาไว้แล้วเป็นปี ๆ แล้วก็ตาม แต่พอเมื่อถึงวันที่ต้องลงมือทำจริง ๆ คนเรามันก็อดที่จะใจหายไม่ได้


โดยเฉพาะการตัดสินใจที่มีชีวิตเป็นเดิมพันที่สูง


ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในเรื่องของชีวิตคู่
หรือว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับการทำงาน โดยเฉพาะคนเราที่ทำอะไรเป็นประจำ จนชีวิตมันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว มันเป็น routine ไปแล้ว พอมาเจอการเปลี่ยนแปลง มันก็ยากเหมือนกันนะ


ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น มันเป็นอะไรที่เราเฝ้ารอมานาน พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ เราก็อดที่จะใจหายไม่ได้ แพลน
การเปลี่ยนแปลงของแต่ละครั้ง มันก็อาจจะมีบ้างที่เรารู้สึก emotional


บางทีมันก็เป็นอะไรที่ mixed feeling
มันเป็นอารมณ์ที่แปลก อธิบายออกไม่ถูก


นี่แหละนะมนุษย์
อารมณ์ของเราบางที มันก็เป็นอะไรที่เข้าใจยากเหมือนกัน
มันก็ช่างอธิบายยากเหลือเกิน


การเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่างในชีวิต มันไม่ง่ายเลย
กับการตัดสินใจบางอย่าง บางทีมันก็ทำให้เราใจหายเหมือนกันนะ


แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น
ทุกการเปลี่ยนแปลง เราจะต้องมีเหตุผล เราจะต้องมีเป้าหมายของการกระทำที่ชัดเจน หากการกระทำที่ไม่มีเป้าหมาย มันก็จะกลายเป็นไม้หลักปักเลน ชีวิตก็คงจะไม่ประสบความสำเร็จ ย่ำอยู่กับที่ ไม่มีอะไรก้าวหน้า ไม่มีความแน่นอน


การเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง หากเราแพลน และวางแผนไว้แล้วเป็นอย่างดี หากเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ข้างในลึก ๆ ของเรา มันบอกว่า


“ทุกอย่างจะลงตัว”
“ทุกอย่างต้องโอเค”
“เราตัดสินใจถูกต้องแล้ว”


ขอเพียงแค่เรา ทำอะไรไปตามขั้นตอนที่เราวางแผนเอาไว้ ส่วนสภาพจิตใจ ความรู้สึกนึกคิดอะไรต่าง ๆ ทุกอย่างมันจะค่อย ๆ ปรับตัว ทุกอย่างมันจะค่อย ๆ ลงตัวของมันเอง ทุกอย่างจะมีการปรับตัวของมันเอง ในเวลาที่เหมาะสม


Subconscious หรือจิตใต้สำนึก จะไม่เคยโกหกตัวเรา


แต่ตัวเราเองนี่แหละ ที่บางทีก็ใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ


ไม่ว่าเราจะทำอะไรยังไงก็ตามแต่
ถ้าเราเชื่อจิตใต้สำนึก ใช้จิตใต้สำนึกเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต ในการทำงาน ทุกอย่างมันต้องไปถึงเป้าหมาย ทุกอย่างมันต้องดำเนินไปได้ด้วยดี


ขอเพียงแค่เราต้องเชื่อมั่นในตัวเราเองเท่านั้น ก็เป็นพอ


ถ้าหากเราไม่เชื่อมั่นในตัวเอง
แล้วใครจะเชื่อมั่นในตัวเรา


การเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่างในชีวิต ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ทุกสิ่งอย่างในชีวิต ทุกการเปลี่ยนแปลง ล้วนแล้วแต่มีอุปสรรคด้วยกันทั้งสิ้น


บางคนอาจจะสามารถจัดการชีวิตของการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าใครบางคน


ทุกคนใช้เวลาที่แตกต่างในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง


การเปลี่ยนแปลงคือการที่เราทำอะไรที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เราทำอยู่เป็นปัจจุบัน สิ่งที่เราทำอยู่จนเป็นนิสัย สิ่งที่เราทำอยู่จนเป็น routine ไปแล้ว


มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์เราอยู่แล้ว คนส่วนมากไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรที่เราคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นอะไรที่ unpredictable


อะไรที่เราคาดเดาไม่ได้ คนเราก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย


รู้สึก insecure


คนส่วนมากชอบอะไรที่ secure
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนส่วนมากไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง


แต่หากเราไม่เปลี่ยนแปลง
ชีวิตของเราก็จะย่ำอยู่กับที่ เดิม ๆ same same
ไม่ก้าวหน้า


ชีวิตคนเราถ้าอยากจะก้าวหน้า หรือประสบความสำเร็จ
มันก็ต้องมีบ้างที่จะต้องเจออะไรที่ท้าทาย (challenge)
การเปลี่ยนแปลงมันก็เป็นอีกหนึ่งของความท้าทายในชีวิตของเรา


ดังนั้น บางทีแล้วเราก็ต้อง embrace the change แล้วก็ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นซะ


กับชีวิตบางทีแล้ว เราก็ต้อง “เปลี่ยนแปลง” ก่อน
ก่อนที่ปัจจัยภายนอกจะมาเปลี่ยนแปลงเรา
เมื่อไหร่ที่เราเปลี่ยนแปลงก่อน เราก็จะสามารถควบคุมสถานการณ์นั้นได้ เราจะเป็นคนถือหมากที่เหนือกว่า


แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราปล่อยให้ปัจจัยภายนอกมาเปลี่ยนแปลงเรา เมื่อนั้นแหละชีวิตเราก็จะเริ่มลำบากเพราะว่าเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์หรือควบคุมชีวิตของเราได้


ในสังคมของโลกปัจจุบัน ดูเหมือนว่าทุกสิ่งอย่างจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นแล้วการที่เราเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงก่อน เราอาจจะเป็นผู้ชนะก็ได้


Kodak เลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลง Kodak จึงล้มละลายและหายไปจากโลกธุรกิจ เพราะทุกคนหันมาใช้กล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอล ไม่มีการใช้ฟิล์มถ่ายรูปกันอีกต่อไป


Nokia บริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศฟินแลนด์ ที่ครั้งหนึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตโทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ของโลก ก็ต้องล้มหายตายจากไป เพราะตลาดของโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนของ iPhone เข้ามาครองตลาด


Motorola บริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ครั้งหนึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตโทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ก็โดน iPhone เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งของตลาดไป


ตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ บางคนอาจจะไม่รู้เลยว่า บริษัท Kodak คืออะไร โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Nokia หรือ Motorola เป็นแบบไหน


ดังนั้น หากวันนี้ชีวิตเราต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลง เราก็จงเผชิญหน้ากับมันซะ


เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราก่อน

ก่อนที่ปัจจัยภายนอกจะมาเปลี่ยนแปลงเรา

Tuesday, August 28, 2018

กล้า


"กล้า"


คนเราถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต มันก็ต้อง “กล้า”

กล้าที่จะก้าวออกมาจากจุดเดิม ๆ
กล้าที่จะก้าวออกมาทำสิ่งแปลกใหม่
กล้าที่จะก้าวออกมาทำในสิ่งที่เรารัก ในสิ่งที่เราทำ
กล้าที่จะก้าวออกมาทำทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อม
กล้าที่จะก้าวออกมาทำทั้ง ๆ ที่หลายสายตากำลังจ้องมอง
กล้าที่จะก้าวออกมาทำทั้ง ๆ ที่บางทีเสียงในหัวเรามันคัดค้าน


ความสำเร็จทุกสิ่งอย่างในชีวิต มันอยู่แค่เอื้อมมือ

หลาย ๆ คนไม่กล้า ไม่กล้าที่จะเอื้อมมือไป
เพียงแค่เรากางมือออก เอื้อมมือไปให้สุดแขน ความสำเร็จนั้นต้องเป็นของเรา
ทุกสิ่งอย่างในชีวิตมันขึ้นอยู่กับวิธีคิด
มันขึ้นอยู่กับ mind set

ถ้าเราคิดว่าเราสามารถทำได้ เราก็ต้องทำได้
เพราะจิตใต้สำนึกไม่เคยโกหกเรา

เพราะจิตใต้สำนึกจะรู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของเรา ซึ่งบางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราสามารถทำได้

ดังนั้นจึงสำคัญมากที่เราทำอะไรตามใจของเรา ตามจิตใต้สำนึกของเรา เพราะจิตใต้สำนึกจะรู้ตัวเราดีกว่า ที่เรารู้ตัวเราเองอีก

ดังนั้นเราควรจะใช้จิตใต้สำนึกของเรา เป็นตัวนำทางของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ธุรกิจ หน้าที่ การทำงานและความรับผิดชอบ

จิตใต้สำนึกไม่เคยโกหก

หากสมองของเราคิดว่าเราสามารถทำสิ่งนั้นได้ ก็แสดงว่าเราคงมีความสามารถทำสิ่งนั้นได้จริง ๆ

คนเราจะประสบความสำเร็จได้หรือเปล่านั้น มันมีเพียงแค่เส้นผมเส้นบาง ๆ มากั้นอยู่แค่นั้นเอง เราจะสามารถมองผ่านหรือก้าวข้ามเส้นผมเส้นบาง ๆ เส้นนั้นไปได้หรือไม่

บางครั้งแล้วตัวเราเองนี่แหละที่เป็นศัตรูของความสำเร็จของตัวเราเอง
อย่าปล่อยให้เสียงเล็ก ๆ ในหัวของเรา ส่งเสียงออกมาเสียงดังเกินไป เสียงที่เต็มไปด้วยคำว่า


“จะดีหรอ”
“จะพร้อมแล้วหรอ”
“เรายังไม่เก่งพอนะ”
“ไม่เอาน่ะ อายเขาจัง”
“คนอื่นจะว่ายังไงนะ”
“คนเขาจะหมั่นไส้เราหรือเปล่า”


เสียงเล็ก ๆ ในหัวของเราเหล่านี้ อย่าปล่อยให้มันส่งเสียงออกมาเสียงดังจนปิดกั้นการเดินทางชีวิตของเรา

ถ้าจิตใต้สำนึกของเราบอกเราว่าเราสามารถทำได้
เราก็ควรจะลงมือทำเลยทันที


“ทำทันที” ทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อม
ทำไป ฝึกฝนตัวเองไป เรียนรู้กับสิ่งที่เราทำไปด้วยในเวลาเดียวกัน


ทำ ผิดพลาด แก้ไข เรียนรู้
มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ควรจะทำ


คนที่เลิกเรียนรู้คือคนที่ตายแล้ว


คนที่ไม่กล้าออกมาทำอะไรเลย เขาก็จะเป็นผู้ตามตลอดไป


หากเราอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต
เรากล้าที่จะออกมา มาทำอะไรออกสื่อหรือเปล่า
เรากล้าที่จะมี Facebook Page ของตัวเองไหม
เรากล้าที่จะเขียนอะไรที่เกี่ยวกับความคิดของเราออกสื่อหรือเปล่า แน่นอนสิ่งที่เราออกสื่อไปจะต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน จะต้องมีคุณค่าต่อคนอื่นและสังคมในวงกว้าง

สื่อในที่นี้มีทุกรูปแบบ
ยิ่งในโลกสมัยของ Social Media สมัยนี้ การที่ออกมามีพื้นที่ มีสื่อเป็นของตัวเองเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายมาก
ดังนั้นเราต้องกล้าที่จะออกมาเป็นผู้นำ
ดังนั้นเราต้องกล้าที่จะออกมาเป็นผู้ทำ


เลิกเถอะ
เลิกเป็นผู้ตาม


ก่อนที่เราจะจากโลกใบนี้ไป
เราอยากจะทิ้งอะไรไว้ให้คนจดจำหรือเปล่า
ให้เขาจดจำเราในด้านที่ดี ในสิ่งที่สวยงาม


หากเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแล้ว
ที่เหลือนอกนั้น มันก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ
เสียงนกเสียงการอบข้าง มันก็คงไม่มีความหมายแล้วล่ะ
อย่าปล่อยให้เสียงนกหรือเสียงการอบข้าง มามีอิทธิพลสำหรับเรา


เพราะเสียงเหล่านั้นมันก็เป็นแค่เพียง “ลมปาก”

Napoleon Hill (นโปเลียน ฮิลล์) กล่าวไว้ว่า “Opinion is the cheapest commodity”

ซึ่งหมายความว่า “ความคิดเห็น (หรือลมปาก) เป็นสินค้าที่ถูกที่สุด” ซึ่งก็หมายความว่า ใคร ๆ ก็สามารถออกความคิดเห็นได้ รวมไปทั้งพวกเสียงนกเสียงกา

ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยให้พวกเสียงนกเสียงกาเหล่านี้มามีอิทธิพลต่อชีวิตของเราได้

หากพวกเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นเก่งจริง มีความสามารถจริง พวกเขาก็คงจะใช้เวลาของพวกเขาที่มีอยู่ ไปทำอะไรอย่างอื่นที่มันมีคุณค่าต่อตัวเองและสังคมในวงกว้างแล้ว ถ้าพวกเขามีความสามารถจริง เขาคงไม่มีเวลามานั่งวิพากษ์วิจารณ์เราหรอก
พวกเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น
มันคือเสียงของคนขี้แพ้


The winner never quit.
The quitter never win.


ผู้ชนะไม่เคยหยุด
คนที่อยู่จะไม่เคยชนะ


ดังนั้นเราต้องกล้าที่จะไม่หยุด
เราต้องไม่หยุดที่จะเดินตามหาฝันของเรา
เราต้องกล้าที่จะคิด
เราต้องกล้าที่จะทำ
และเราก็ต้องกล้าที่จะ “ทำทันที”


ที่เหลือ ผลลัพธ์จะออกมายังไง นั่นมันอีกเรื่องนึง
ผลลัพธ์ของการกระทำ
ผลลัพธ์ของการลงมือทำ
มันมีแค่ 2 อย่างคือ “สำเร็จ” หรือ “เรียนรู้”


บางคนอาจจะบอกว่า
“อ้าว… ผลลัพธ์ของการกระทำไม่ใช่สำเร็จกับไม่สำเร็จเหรอ”


ไม่จ๊ะไม่ ผลลัพธ์ของการกระทำของเราไม่ใช่แบบนั้น


ถ้าเราคิดว่าผลลัพธ์ของการกระทำคือสำเร็จกับไม่สำเร็จ
นั่นมันคือวิถีการคิดของคนขี้แพ้


พวกเราคือผู้ชนะ
พวกเราไม่ใช่คนขี้แพ้
พวกเราไม่คิดแบบนั้น
ถ้าเราอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต ความคิดและ mind set ของเราต้องแตกต่าง
วันนี้เรากล้ากันหรือยัง
กล้าที่จะออกมาทำอะไรสิ่งแปลกใหม่
กล้าที่จะมาทำอะไรให้กับโลกใบนี้

กล้าที่จะออกมาทำอะไรให้กับสังคมที่เราอยู่